การแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
เพื่อปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการป้องกันการตรวจสอบการทุจริตและคอร์รัปชัน บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ได้จัดให้มีช่องทางในการตรวจสอบและรายงาน หากพบเห็นการกระทำหรือการสนับสนุนให้มีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งได้กำหนดให้มีมาตรการในการคุ้มครองและบรรเทาความเสียหายให้กับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ อันได้แก่ พนักงาน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐ หน่วยงาน หรือผู้เกี่ยวข้อง สามารถสอบถามรายละเอียด แจ้งข้อร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส การกระทำผิดทางกฎหมาย ความถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือการผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ อันจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้บริษัทฯ รับทราบข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
นโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน (Whistleblowing and Complaints Policy)
หมายถึง นโยบายที่บริษัทฯ เปิดรับข้อร้องทุกข์ ร้องเรียน ในการประพฤติผิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท ตลอดจนจริยธรรม จรรยาบรรณที่เกิดขึ้นภายในบริษัท โดยมีมาตรการในการคุ้มครองและบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ให้ข้อมูล หรือแจ้งเบาะแส ผู้รายงาน ผู้ร้องเรียน
ผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower)
หมายถึง บุคคลที่รายงานหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ การกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย การใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความไม่ถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง การผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการนำข้อมูลบริษัทฯ ไปเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต
การแจ้งเบาะแส (Whistleblowing)
หมายถึง การให้ข้อมูลซึ่งนำข้อมูลนั้นไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การใช้เงินที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือนความถูกต้องของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน จรรยาบรรณ และการทุจริตคอร์รัปชัน
- การกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ
- การทุจริต คอร์รัปชัน หรือการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเรียกหรือรับเงินสินบน การให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลภายนอกเพื่อจูงใจให้กระทำการมิชอบ การฝ่าฝืนนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เป็นต้น
- ความผิดปกติของรายงานทางการเงิน ระบบการควบคุมภายในที่บกพร่อง การจัดทำเอกสารที่เป็นเท็จ เพื่อประโยชน์มิชอบหรือปกปิดข้อมูลการทุจริต เช่น การจัดทำรายงานทางการเงินหรือบันทึกทางบัญชีที่เป็นเท็จ การตกแต่งงบการเงิน การอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่มีอยู่จริงหรือไม่เหมาะสม เป็นต้น
- การละเมิดสิทธิมนุษยชน แรงงาน และสวัสดิภาพ เช่น การคุกคามในที่ทำงาน การเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิด ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน การละเมิดสิทธิแรงงาน การบังคับทำงานล่วงเวลา การจ่ายค่าจ้างไม่ถูกต้อง เป็นต้น
หากพบเห็นพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่เข้าข่ายตามขอบเขตข้างต้น สามารถยื่นเรื่องแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนที่ คณะกรรมการตรวจสอบ หรือ ฝ่ายสนับสนุนองค์กร แผนกทรัพยากรบุคคล ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- ไปรษณีย์หรือจดหมายปิดผนึก:
คณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ชั้น 21 ห้อง 214-219 ถนนสาทรใต้
แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 - โทรศัพท์: หมายเลข 0 2675 6525 ต่อ 1802
- โทรสาร: หมายเลข 0 2675 6533
- ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: [email protected]
- อินทราเน็ต (Intranet) ของบริษัทฯ (สำหรับพนักงานของบริษัทฯ)
ทั้งนี้ ผู้แจ้งเบาะแสสามารถเลือกเปิดเผยตัวตนหรือไม่เปิดเผยตัวตนก็ได้ โดยระบุข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีรายละเอียดเพียงพอ ดังนี้
- กรณีผู้แจ้งเบาะแสเปิดเผยตัวตน
- ชื่อ-นามสกุล
- ช่องทางที่สามารถติดต่อกลับได้โดยสะดวก เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
- ชื่อบุคคลที่ต้องสงสัย (ถ้าทราบ)
- วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุการณ์
- รายละเอียดของพฤติการณ์ที่พบเห็นอย่างชัดเจน
- หลักฐานประกอบ (ถ้ามี)
- กรณีผู้แจ้งเบาะแสไม่เปิดเผยตัวตน จะต้องระบุข้อมูลและรายละเอียดให้ชัดเจน เพียงพอที่จะนำไปดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ ได้แก่
- ชื่อบุคคลที่ต้องสงสัย (ถ้าทราบ)
- วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุการณ์
- รายละเอียดของพฤติการณ์ที่พบเห็นอย่างชัดเจน
- หลักฐานประกอบ (ถ้ามี)
ทั้งนี้ หากข้อมูลที่ได้รับไม่ชัดเจนหรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอ และบริษัทฯ ไม่สามารถติดต่อผู้แจ้งเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องยุติการตรวจสอบ เบาะแสหรือข้อร้องเรียนดังกล่าว
- ไปรษณีย์หรือจดหมายปิดผนึก:
- คณะทำงานพิจารณารับแจ้งข้อร้องเรียนตรวจสอบข้อมูลของพยานและหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อพิจารณาผลกระทบ รวมถึงหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมในแต่ละเรื่อง และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้ความเห็น และรายงานคณะกรรมการบริษัทพิจารณาต่อไป ในกรณีที่ผู้แจ้งข้อมูลไม่เปิดเผยตนเอง บริษัทฯ จะพิจารณาประเด็นนั้นหากมีข้อมูลหรือข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์แก่องค์กร
- บริษัทฯ แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณารับแจ้งข้อร้องเรียนเพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยมีรายชื่อคณะทำงานฯ
- ภายหลังจากคณะทำงานฯ ได้ทำการสอบสวนและได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ให้รายงานผลการตรวจสอบการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาให้ความเห็น (แล้วแต่กรณี) และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาสั่งการ กำหนดแนวทางการแก้ไข และกำหนดบทลงโทษต่อไป
- กรณีคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ถูกแจ้งเบาะแสหรือถูกร้องเรียน อาจมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ให้คณะทำงานฯ รายงานความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบไปยังคณะกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ หรือแผนกทรัพยากรบุคคล ฝ่ายสนับสนุนองค์กร แล้วแต่กรณี
- คณะทำงานฯ มีหน้าที่รายงานผลสรุปข้อร้องเรียนให้แก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสรับทราบ (กรณีที่ผู้แจ้งเบาะแสเปิดเผยตนเอง)
ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากผู้แจ้งเบาะแส อาทิ เอกสาร หลักฐาน สิ่งที่ตรวจพบ รวมถึงข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ จะเก็บไว้เป็นเอกสารความลับที่ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนองค์กร โดยระยะเวลาในการจัดเก็บเอกสาร 10 ปี เป็นไปตามอายุความทางกฎหมาย หรือ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสูงสุดฝ่ายจัดการและเป็นไปตามนโยบายบริษัท
บริษัทฯ กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน พยาน ผู้ให้ข้อมูล ผู้ร่วมสอบสวน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ (“ผู้แจ้งเบาะแสและบุคคลที่เกี่ยวข้อง”) ดังนี้
- ผู้แจ้งเบาะแสและบุคคลที่เกี่ยวข้องจะได้รับการปกป้องคุ้มครองและดูแลตามมาตรการที่บริษัทฯ กำหนด รวมถึงได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 89/2 และ/หรือมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ ห้ามมิให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือพนักงาน กระทำการตอบโต้ ข่มขู่ คุกคาม เลือกปฏิบัติ ลดสิทธิประโยชน์ เปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน สภาพการทำงาน รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทำการใดอันไม่เป็นธรรมต่อผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน ผู้ให้ข้อมูล หรือผู้ร่วมสอบสวน อันเนื่องมาจากการร้องเรียนหรือการให้ข้อมูลโดยสุจริต
- ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หรือข้อมูลติดต่อของผู้แจ้งเบาะแส จะถูกเก็บรักษาเป็นความลับขั้นสูงสุดและไม่เปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยผู้มีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่าง ๆ จะจำกัดเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และคณะทำงานพิจารณารับแจ้งข้อร้องเรียนเท่านั้น
- ผู้แจ้งเบาะแสสามารถเลือกเปิดเผยตัวตนหรือไม่เปิดเผยตัวตนได้ โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับโดยสุจริต
หากบริษัทฯ พบว่าการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เป็นเท็จ และตั้งใจให้เกิดความเสียหาย จะมีมาตรการดังนี้
- กรณีเป็นพนักงานบริษัทฯ จะได้รับโทษทางวินัยตามข้อบังคับของบริษัท
- กรณีเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งการกระทำนั้นมีผลให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว
- กรณีคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อมูลตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อมูลหรือหลักฐานที่มีเหตุผลสามารถเชื่อได้ว่าผู้ถูกล่าวหาได้กระทำการทุจริตคอร์รัปชัน กระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัทฯ จริง บริษัทฯ จะให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหา และพิสูจน์ตนเอง โดยการหาข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว
- กรณีผู้ถูกกล่าวหากระทำการทุจริตคอร์รัปชัน กระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ จริง ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัทฯ จะถือว่าเป็นการกระทำผิดนโยบายการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณกรรมการและผู้บริหาร และจรรยาบรรณทางธุรกิจ จะต้องได้รับโทษทางวินัย ตามระเบียบข้อบังคับที่บริษัทฯ กำหนดไว้ หากกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดทางกฎหมาย ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายและแจ้งเรื่องให้กับหน่วยงานทางการรับทราบ
เบริษัทฯ จะสื่อสารนโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รับทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การอบรมประจำปี ป้ายประชาสัมพันธ์ และช่องทางออนไลน์ของบริษัทฯ โดยจะสื่อสารด้วยภาษาที่พนักงานสามารถเข้าใจได้อย่างเหมาะสม
เลขานุการบริษัท และแผนกทรัพยากรบุคคล ฝ่ายสนับสนุนองค์กรทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ หากไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถือปฏิบัติตามนโยบายฉบับเดิมต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
ช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
โทรศัพท์
อีเมล
ไปรษณีย์หรือจดหมายปิดผนึก
คณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ชั้น 21 ห้อง 214-219
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120



